รายละเอียดบทความ
| วิธีการเลี้ยงดูคีเฟอร์เกรนและการทำเครื่องดื่มคีเฟอร์ |
|
> บทสรุปรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับ Kefir คลิกที่นี่
วิธีการเลี้ยงดูคีเฟอร์เกรน คีเฟอร์น้ำ คีเฟอร์นม
โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงคีเฟอร์เกรนในน้ำนมมากกว่า เพราะในน้ำนมมีสารอาหารที่เหมาะสมทำให้คีเฟอร์เกรนเจริญได้ดี โดยน้ำนมจากแพะจะดีที่สุดเพราะนมแพะนั้นย่อยได้ง่าย ทำให้ดูดซึมได้ง่าย นอกจากนี้นมแพะยังมีความสมดุลกับร่างกายมนุษย์มากกว่านมจากสัตว์อื่นๆอีกด้วย แต่เนื่องจากนมแพะในบ้านเรานั้นมีราคาค่อนข้างแพง เมื่อเทียบกับนมวัว และนมวัวสามารถหาซื้อได้ง่ายกว่า อีกทั้งคนไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบกินนมแพะเพราะมีกลิ่นคาวมากกว่านมวัว ดังนั้นบทความนี้จึงเน้นการเลี้ยงคีเฟอร์เกรนในนมวัว
ขั้นตอนการหมักเครื่องดื่มคีเฟอร์ สำหรับช้อนที่ใช้และตะแกรงที่ใช้กรองคีเฟอร์เกรนสามารถใช้เป็นสแตนเลสได้ แต่สำหรับบางคนที่กังวัลเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถเลี่ยงไปใช้ช้อนพลาสติก หรือช้อนไม้ และใช้ตะแกรงที่ทำจากไนลอนแทนก็ได้ อุปกรณ์ที่ต้องใช้
โดยปกติการจัดส่งคีเฟอร์เกรน จะแพ็คคีเฟอร์เกรนในขวดพลาสติกที่มีฝาปิดสนิท ภายในบรรจุนมที่มีคีเฟอร์เกรนจำนวนหนึ่ง โดยปกติคีเฟอร์เกรนที่ถูกจัดส่งไปนั้นจะสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนนม 5-7 วัน ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงว่าคีเฟอร์เกรนที่ได้รับมานั้นจะตายไปก่อนที่จะถือมือท่านคะ
สำหรับนมวัวที่ใช้สามารถใช้ได้ทั้ง นมสด, นมพาสเจอร์ไรส์, นม UHT, นมผง แต่กลิ่นที่ได้ของเครื่องดื่มคีเฟอร์และรสจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น องค์ประกอบของไขมันในนม, องค์ประกอบของเชื้อที่พบในคีเฟอร์เกรน ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตในแต่ละครั้ง จากการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ พบว่าได้มีบางท่านทำการทดสอบและอธิบายถึงกลิ่นและรสชาติจากนมหลายยี่ห้อ ดังนี้
ขั้นตอนการหมัก
- เมื่อครบกำหนด 1 วัน ให้ทำการเปลี่ยนนม โดยทำแบบเดิม แต่น้ำคีเฟอร์ที่กรองเอาคีเฟอร์เกรนออกในครั้งนี้ สามารถนำมารับประทานได้แล้ว โดยอาจจะรับประทานทันทีที่ทำเสร็จ หรือจะนำไปแช่เย็นแล้วค่อยนำมารับประทานก็ได้ โดยเก็บน้ำคีเฟอร์ไว้ในภาชนะที่เป็นแก้วหรือพลาสติก แต่ควรมีฝาปิด
โดยนมที่รวมตัวเป็นก้อนสีขาวจะเรียกว่า kefir-curds ส่วนนี้คนต่างประเทศจะแยกออกเพื่อทำการหมักจนได้เป็นชีสต่อไป และ น้ำสีเหลืองอ่อนใสจะเรียกว่า kefir-whey ซึ่งจะมีรสเปรี้ยวเพราะเป็นที่อยู่ของกรดที่เป็น ผลผลิตจากการหมักและแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย กรดอะมิโน (เช่น cysteine, methionine), วิตามินต่างๆที่ละลายน้ำได้ และเกลือแร่ จึงถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก ปริมาณของ kefir-whey ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการหมักคือ ถ้าทิ้งให้หมักเพียง 1 วัน อาจจะมีปริมาณของ kefir-whey น้อยมากหรืออาจทำให้ไม่เห็นการแยกชั้นของ kefir-whey แต่ถ้าหมัก 2 วันหรือมากกว่าจะทำให้ปริมาณ kefir-whey มากขึ้น ทำให้มีการแยกชั้นชัดเจนระหว่าง kefir-whey กับ kefir-curds ดังรูป
การทิ้งน้ำคีเฟอร์ไว้ในอุณหภูมิห้องอีก 2 วัน หลังจากการแยกคีเฟอร์เกรนออกไปแล้วจะช่วยทำให้ปริมาณวิตามิน B1, B6 และกรดโฟเลท เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณความเปรี้ยวจากกรดอะซิติก อีกทั้งยังเพิ่มปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำให้เครื่องดื่มนี้มีฟองมากขึ้น ช่วยเพิ่มรสชาติที่เหมือนเบียร์ โดยทั้งนี้ทั้งนั้น การหมักเฉพาะน้ำคีเฟอร์ต้องทำในขวดสูญญกาศเพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของแอลกอฮอร์จนเกิดรสเปรี้ยวขึ้น พบว่าการหมักแบบนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณโฟเลทให้สูงขึ้นถึง 116% ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับหญิงที่มีครรภ์เป็นอย่างยิ่ง รูปขวดหมักแบบสูญญกาศเพื่อทำการเพิ่มคุณค่าวิตามินต่างให้กับเครื่องดื่มคีเฟอร์
การล้างหรือไม่ล้างคีเฟอร์เกรน สำหรับการเลี้ยงแบบดั้งเดิมของชาวคอเคเซียนและในประเทศใกล้เคียงที่รู้จักการทำเครื่องดื่มคีเฟอร์มายาวนาน อาทิเช่น รัสเซีย, โปแลนด์, โรมาเนีย และฮังการี จะไม่ล้างคีเฟอร์เกรน สำหรับแนวความคิดที่ต้องนำ คีเฟอร์เกรนมาล้างด้วยน้ำสะอาดหรือด้วยน้ำนมทุกครั้งก่อนจะทำการหมักครั้งต่อไปนั้น มาจากประเทศทางฝั่งตะวันตกที่พึ่งจะให้ความสนใจในเครื่องดื่มคีเฟอร์ โดยมีความเชื่อว่าถ้าไม่นำมาล้างก่อนจะทำให้มี แบคทีเรียหรือเชื้อโรคที่ติดมาจากอากาศหรือจากน้ำนมครั้งก่อน ติดอยู่บนตัวคีเฟอร์เกรนและอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ดื่มได้ แต่จากงานวิจัยพบว่าการล้างคีเฟอร์เกรนเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ เนื่องจากผิวด้านนอกของคีเฟอร์เกรนมีสารที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในคีเฟอร์เกรน การล้างนั้นจะทำให้สารอาหารเหล่านี้หลุดออกและเป็นผลทำให้ คีเฟอร์เกรนเจริญเติบโตได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าคีเฟอร์เกรนมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ที่แปลกปลอม ที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้เองอยู่แล้ว ดังนั้นการนำ คีเฟอร์เกรนมาล้างกลับเป็นการสนับสนุนให้เชื้อแปลกปลอมเจริญได้ดีขึ้น เนื่องจากสารอาหารที่จำเป็นของคีเฟอร์เกรนหายไป จึงทำให้คีเฟอร์เกรนอ่อนแอไม่มีความสามารถยับยั้งเชื้อแปลกปลอมนั้นเอง หมายเหตุ: บทความนี้รวบรวมมาจากเว็บไซด์ต่างๆทั้งจากภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถ้าผู้เขียนทำการเขียนเนื้อหาผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย I ที่นี้ด้วย เว็บไซด์อ้างอิง - http://users.chariot.net.au/~dna/kefirpage.html#intro - http://users.chariot.net.au/~dna/Makekefir.html - http://users.chariot.net.au/~dna/kefir-faq.html#readykefir
- http://www.weloveshopping.com/template/a34/s_showdata.php?shopid=8378&qid=260496 |
| ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : วิธีการเลี้ยงดูคีเฟอร์เกรนและการทำเครื่องดื่มคีเฟอร์ |
| ผู้ลงบทความ : ร้านโน๊ต~นัดกะ~มิ้ง |






























